ค้างคาวกินผลไม้ มีจริงหรือ

สำหรับในสังคมยุคปัจจุบันนี้นั้นอาจจะมีหลายๆ สิ่งที่ทำให้เข้าใจธรรมชาติผิด ไม่ว่าจะเป็นละคร ภาพยนตร์ หรือแม้แต่คำพูดของคนรุ่นเก่าๆ เพื่อพูดให้ลูกหลานรู้สึกเกรงกลัว เช่นเดียวกับเรื่องค้างคาว ไม่ว่าจะเป็นคำพูดที่ว่า “นกมีหู หนูมีปีก” ซึ่งจริงๆ แล้วค้างคาวไม่ใช่นก และไม่ใช่หนูแต่อย่างใด อาจจะเป็นเพราะค้างคาวบางประเภทนั้นมีหน้าตาคล้ายคลึงกับหนู และมีปีกบินได้ หรือจะเป็นภาพยนตร์ หรือการ์ตูน ที่มักฉายเกี่ยวกับแวมไพร์ และแดร็กคูล่าที่อยู่ในร่างของค้างคาว ซึ่งแท้จริงแล้วค้างคาไม่ได้มีเพียงค้างคาวที่กินเลือดเพียงอย่างเดียว แต่ค้างคาวที่กินผัก หรือผลไม้ก็มีหลากหลายชนิด

ค้างคาวนั้นมีหลากหลายชนิด ในประเทศไทยนั้นมีค้างคาวกว่า 100 ชนิด ซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทออกมาเป็นชนิดใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภทคือ

ประเภทกินผลไม้ ซึ่งจะเป็นค้างคาวที่กินแต่น้ำหวาน ผลไม้เป็นอาหาร เช่น ค้างคาวแม่ไก่ ค้างคาวบัว และค้างคาวเล็บกุด เป็นต้น
ประเภทกินแมลง ซึ่งจะเป็นค้างคาวที่กินแมลงเป็นอาหาร เช่น ค้างคาวแวมไพร์ ค้างคาวหน้ายักษ์ทศกรรณ หรือค้างคาวผีเสื้อ เป็นต้น
ซึ่งค้างคาวทั้ง 2 ประเภทนี้มีลักษณะที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก ไม่ว่าจะดวงตา จมูก นิ้ว เล็บ ขาหลัง ดังนี้

  • ในส่วนของดวงตานั้นค้างคาวกินผลไม้จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าค้างคาวกินแมลง
  • จมูกจะใช้งานต่างกัน ในส่วนของค้างคาวกินแมลงจะใช้จมูกเพื่อควบคุมระบบความแม่นยำของตัวเอง แต่สำหรับค้างคาวกินผลไม้จมูกนั้นจะมีลักษณะที่ยื่นออกมาตรงกลางของจมูกนั้นมีร่องคั่นกลาง เพื่อที่ว่าเวลากินน้ำหวานนั้น น้ำจะไม่ไหลเข้าไปในจมูกง่ายๆ
  • นิ้วและเล็บของค้างคาวกินผลไม้นั้นจะมีลักษณะโค้งมนและแหลมคมมาก เพื่อเอาไว้สำหรับเกาะตามกิ่งไม้ และปีนป่าย แต่สำหรับค้างคาวกินแมลงนั้นจะไม่มีนิ้วและกรงเล็บ เพราะค้างคาวกินแมลงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อวัยวะส่วนนี้ในการดำรงชีวิต
  • ในส่วนของขาหลังค้างคาวกินแมลงนั้นตรงระหว่างขาของมันจะมีเนื้อเยื่อบางๆ เพื่อเอาไว้สำหรับช่วยในความคล่องตัวเวลาที่ต้องออกมากินแมลง เช่นการบินโฉบจับแมลงนั่นเอง ส่วนค้างคาวกินผลไม้นั้นขาหลังจะอาจจะมีเนื้อเยื่อน้อยกว่า เพราะเอาใช้ช่วยในการบินเพียงนิดหน่อยเท่านั้น ขาหลังของมันมีไว้สำหรับการปีนป่ายเป็นหลัก
    การอนุรักษ์ให้ค้างคาวไม่สูญพันธุ์
  • งดดักค้างคาวด้วยตาข่าย
  • ไม่เอาค้างคาวมาประกอบอาหาร
  • ไม่รบกวนค้างคาวในถ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการจุดธูป หรือทำให้เกิดควันต่างๆ ด้านในถ้ำ
  • ไม่ทำลายที่อยู่อาศัยของค้างคาว หรือรุกรานที่อยู่ของค้างคาว
  • ไม่ติดหลอดไฟด้านในของถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่